ประยุกต์ใช้ โพสล่าสุด โพสสำคัญ เครื่องมือ สมาชิก สถิติฟอรั่ม ธนาคาร
หัวข้อ : สรุปความรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียน AEC
admin ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 

สรุปความรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียน AEC



 
        


ความหมายและความสำคัญของประชาคมอาเซียน
“ประชาคมอาเซียน” เป็นเป้าหมายของการรวมตัวกันของประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองและขีดความสามารถการแข่งขันของอาเซียนในเวทีระหว่างประเทศในทุกด้าน รวมถึงความสามารถในการรับมือกับปัญหาใหม่ๆ ในระดับโลกที่ส่งผลกระทบมาถึงภูมิภาคอาเซียน เช่น ภาวะโลกร้อน การก่อการร้าย หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ การเป็นประชาคมอาเซียน คือการทำให้ประเทศสมาชิกอาเซียนเป็น “ครอบครัวเดียวกัน” ที่มีความแข็งแกร่งและมีภูมิต้านทานที่ดี โดยสมาชิกในครอบครัวมีสภาพความอยู่ที่ดี ปลอดภัย และสามารถทำมาค้าขายได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น

แรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนตกลงกันที่จัดตั้งประชาคมอาเซียน อันถือเป็นการปรับปรุงตัวครั้งใหญ่และวางรากฐานของการพัฒนาของอาเซียน คือ สภาพแวดล้อมระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ที่ทำให้อาเซียนต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ เช่นโรคระบาด อาชญากรรมข้ามชาติ ภัยพิบัติธรรมชาติ และปัญหาสิ่งแวดล้อม ภาวะโลกร้อน และความเสี่ยงที่อาเซียนอาจจะไม่สามารถแข่งขันทางเศรษฐกิจได้กับประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะจีนและอินเดีย ซึ่งมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดด

ประชาคมอาเซียนถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนตุลาคม 2546 จากการที่ผู้นำอาเซียนได้ร่วมลงนามในปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมืออาเซียน ที่เรียกว่า “ข้อตกลงบาหลี 2” เพื่อเห็นชอบให้จัดตั้งประชาคมอาเซียน ภายในปี 2563 แต่ต่อมาได้ตกลงร่นระยะเวลาจัดตั้งให้เสร็จในปี 2558




ประชาคมอาเซียน ประกอบด้วย 3 ประชาคมย่อย ซึ่งเปรียบเสมือนสามเสาหลักซึ่งเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ได้แก่
1) ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน มุ่งให้ประเทศในภูมิภาคอยู่ร่วมกันอย่างสันติ มีระบบแก้ไขความขัดแย้งระหว่างกันได้ด้วยดี มีเสถียรภาพอย่างรอบด้าน มีกรอบความร่วมมือเพื่อรับมือกับภัยคุกคามความมั่นคงทั้งรูปแบบเดิมและรูปแบบใหม่ๆ เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยและมั่นคง

2) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน มุ่งให้เกิดการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจ และการอำนวยความสะดวกในการติดต่อค้าขายระหว่างกัน อันจะทำให้ภูมิภาคมีความเจริญมั่งคั่ง และสามารถแข่งขันกับภูมิภาคอื่นๆ ได้ เพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชนในประเทศอาเซียน

3) ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน เพื่อให้ประชาชนแต่ละประเทศอาเซียนอยู่ร่วมกันภายใต้แนวคิดสังคมที่เอื้ออาทร มีสวัสดิการทางสังคมที่ดี และมีความมั่นคงทางสังคม
ในตอนนี้ ประเทศสมาชิกอาเซียนกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการให้บรรลุการเป็นประชาคมอาเซียนภายในปีเป้าหมาย 2558 โดยในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพในช่วงปลายเดือน ก.พ.2552 นี้ ผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนจะรับรองแผนงานหรือแผนกิจกรรมการจัดตั้งประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน และประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน

กำเนิดอาเซียนและวัตถุประสงค์การจัดตั้ง
 เมื่อวันที่ 8สิงหาคม 2510ณ วังสราญรมย์ (ที่ตั้งของกระทรวงการต่างประเทศไทย ในขณะนั้น) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของ 5ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออก-เฉียงใต้ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย ได้ลงนามใน “ปฏิญญากรุงเทพฯ” (Bangkok Declaration) เพื่อจัดตั้งสมาคมความร่วมมือในระดับภูมิภาคของประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้ชื่อ “สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้“ หรือ “อาเซียน” (ASEAN) ซึ่งเป็นตัวย่อของ Association of SouthEast Asian Nations ชื่อทางการ ในภาษาอังกฤษของอาเซียน ทั้งนี้ ก่อนหน้าที่การลงนามในปฏิญญากรุงเทพฯ รัฐมนตรี-ต่างประเทศของทั้ง 5ประเทศได้หารือกันเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการจัดตั้งสมาคมอาเซียนและยกร่างปฏิญญากรุงเทพฯ ที่แหลมแท่น จังหวัดชลบุรี




ปฏิญญากรุงเทพฯ ได้ระบุวัตถุประสงค์สำคัญ 7ประการของการจัดตั้งอาเซียน ได้แก่
(1)ส่งเสริมความร่วมมือและความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และการบริหาร
(2)ส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงส่วนภูมิภาค
(3)เสริมสร้างความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจพัฒนาการทางวัฒนธรรมในภูมิภาค
(4)ส่งเสริมให้ประชาชนในอาเซียนมีความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดี
(5)ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในรูปของการฝึกอบรมและการวิจัย และส่งเสริมการศึกษาด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
(6)เพิ่มประสิทธิภาพของการเกษตรและอุตสาหกรรม การขยายการค้า ตลอดจนการปรับปรุงการขนส่งและการคมนาคม
และ(7)เสริมสร้างความร่วมมืออาเซียนกับประเทศภายนอก องค์การ ความร่วมมือแห่งภูมิภาคอื่นๆ และองค์การระหว่างประเทศ


นับตั้งแต่วันก่อตั้ง อาเซียนได้พยายามแสดงบทบาทในการธำรงรักษาและส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ ความมั่นคงและความเจริญร่วมกันในภูมิภาค ตลอดจนมีวิวัฒนาการ อย่างต่อเนื่องในการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างประเทศสมาชิก ตลอดจนพัฒนาการในเรื่องความร่วมมือทางเศรษฐกิจและสังคม จนเป็นที่ประจักษ์แก่นานาประเทศ และนำไปสู่การขยายสมาชิกภาพ โดยบรูไนดารุสซาลาม เข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 6เมื่อปี 2527เวียดนาม เข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 7ในปี 2538ลาวและพม่า เข้าเป็นสมาชิกพร้อมกันเมื่อปี 2540และกัมพูชาเข้าเป็นสมาชิกล่าสุดเมื่อปี 2542ทำให้ในปัจจุบันอาเซียนมีสมาชิกรวมทั้งหมด 10ประเทศ

ได้รู้จัก ที่มาที่ไปของประชาคมอาเซียน กันไปแล้ว ในตอนหน้า เรามาเรียนรู้ผลกระทบ ผลได้ผลเสีย ของประเทศไทยในด้านต่างๆกันบ้างนะคะ  จะได้เตรียมตัว รับมือกันได้ทันปี 2558
จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบรับราชการ   081-6174763
admin ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
1.ASEAN ย่อมาจากอะไร  
Association of Southeast Asian Nations
หรือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  

  2.อาเซียนเริ่มก่อตั้งครั้งแรกประกอบด้วยสมาชิกทั้งหมดกี่ประเทศ ประเทศใดบ้าง
มี 5  ประเทศ  ได้แก่  ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย  ฟิลิปปินส์  และสิงคโปร์

  3.ปัจจุบันอาเซียน ประกอบด้วยประเทศใดบ้าง
บรูไนดารุสซาลาม กัมพูชา ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย พม่า สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม

4.คำขวัญอาเซียน มีว่าอย่างไร  
หนึ่งวิสัยทัศน์, หนึ่งอัตลักษณ์, หนึ่งประชาคม
(One Vision, One Identity, One Community)

5.ใครคือเลขาธิการอาเซียนคนปัจจุบัน (2555)
ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ

6.สัญลักษณ์อาเซียนสื่อความหมายใดบ้าง

รูปรวงข้าวสีเหลืองบนพื้นสีแดงล้อมรอบด้วยวงกลมวีขาวและสีน้ำเงินรวงข้าว 10 ต้น มัดรวมกันไว้ หมายถึง ประเทศสมาชิกรวมกันเพื่อมิตรภาพและความเป็นน้ำหนึ่งในเดียวกัน

สีน้ำเงิน  หมายถึง   สันติภาพและความมั่นคง

สีแดง     หมายถึง   ความกล้าหาญ และความก้าวหน้า

สีขาว      หมายถึง   ความบริสุทธิ์

สีเหลือง  หมายถึง   ความเจริญรุ่งเรือง

              

  7.ประชาคมอาเซียน 3 เสาหลัก ประกอบด้วยความร่วมมือด้านใดบ้าง
1. ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political-Security Community : APSC)
2. ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC)
3. ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน  (ASEAN Socio-Cultural Community :  ASCC)

              

8.สำนักเลขาธิการอาเซียน (ASEAN Secretariat) ตั้งอยู่ที่ใด
กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย

9.อาเซียนตั้งเป้าหมายที่บรรลุประชาคมอาเซียนโดยสมบูรณ์ในปีใด
ปี พ.ศ. 2558 (ค.ศ. 2015)

10.กฎบัตรอาเซียน เริ่มใช้เมื่อวันที่เท่าใด  
16 ธันวาคม พ.ศ. 2551
  
11.ปฏิญญากรุงเทพ   เกิดขึ้นเมื่อวันที่เท่าไร
8 สิงหาคม พ.ศ. 2510

  12.ภาษาราชการของอาเซียน คือ ภาษาใด  
ภาษาอังกฤษ

13.เพลงอาเซียน มีชื่อว่าอะไร
เพลง The ASEAN Way

14.อาเซียน+3 ประกอบด้วยประเทศใดบ้าง
กลุ่มประเทศอาเซียน 10 ประเทศ รวมประเทศ จีน เกาหลีใต้ และ ญี่ปุ่น

15.อาเซียน+6 ประกอบด้วยประเทศใดบ้าง
กลุ่มประเทศอาเซียน 10 ประเทศ กลุ่มประเทศ+3 และประเทศออสเตรเลีย อินเดีย และนิวซีแลนด์

16.กฎบัตรอาเซียน (ASEAN Charter) คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร
กฎบัตรอาเซียน (ASEAN Charter) คือ ธรรมนูญอาเซียนที่จะมีการวางกรอบของกฎหมายและโครงสร้างองค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของอาเซียนในการขับเคลื่อนเพื่อการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนภายในปี 2015 (พ.ศ.2558) เพื่อให้อาเซียนเป็นองค์กรระหว่างรัฐบาลในภูมิภาคที่มีประสิทธิภาพมีประชาชนเป็นศูนย์กลางและเคารพในกติกาการทำงานระหว่างกันมากยิ่งขึ้น

17.ประชาคมอาเซียนด้านการเมืองและความมั่นคง (ASEAN Political Security Community)  
        อาเซียนมุ่งส่งเสริมความร่วมมือในด้านการเมืองและความมั่นคงเพื่อเสริมสร้างและธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค เพื่อให้ประเทศในภูมิภาคอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข และสามารถแก้ไขปัญหาและความขัดแย้งโดยสันติวิธี


18.ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community)
           อาเซียนจะรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2553 โดยมีเป้าหมายให้อาเซียนมีตลาดและฐานการผลิตเดียวกันและมีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน เงินทุน และแรงงานมีฝีมืออย่างเสรี

19.ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community)
          อาเซียนมุ่งหวังประโยชน์จากการรวมตัวกันเพื่อทำให้ประชาชนมีการอยู่ดีกินดี ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ มีสิ่งแวดล้อมที่ดีและมีความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยมีความร่วมมือเฉพาะด้าน (Functional cooperation)ภายใต้สังคมและวัฒนธรรม ที่ครอบคลุมในหลายด้าน ได้แก่ เยาวชน การศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์  สิทธิมนุษยชน สาธารณสุข วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม สตรี แรงงาน การขจัดความยากจน สวัสดิการสังคมและการพัฒนา วัฒนธรรมและสารนิเทศ กิจการพลเรือน การตรวจคนเข้าเมืองและกงสุล ยาเสพติด  การจัดการภัยพิบัติ โดยมีคณะทำงานอาเซียนรับผิดชอบการดำเนินความร่วมมือในแต่ละด้าน
จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบรับราชการ   081-6174763
admin ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
        
เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 1
ASEAN (อาเซียน) ย่อมาจาก Association of Southeast Asian Nations หรือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ประกอบด้วย 10 ประเทศ คือ
           1. กัมพูชา (ราชอาณาจักรกัมพูชา)
2. ไทย (ราชอาณาจักรไทย)
3. บรูไนดารุสซาลาม (เนการาบรูไนดารุสซาลาม)
4. พม่า (สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์)
5. ฟิลิปปินส์ (สาธารณรัฐฟิลิปปินส์)
6. มาเลเซีย
7. ลาว (สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว)
8. สิงคโปร์ (สาธารณรัฐสิงคโปร์)
9. เวียดนาม (สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม)
10. อินโดนีเซีย (สาธารณรัฐอินโดนีเซีย)


เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 2
เป้าหมายและวัตถุประสงค์ของอาเซียน
        1) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และการบริหาร
        2) เพื่อส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงส่วนภูมิภาค
        3) เพื่อเสริมสร้างความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจและพัฒนาการทางวัฒนธรรมในภูมิภาค
        4) เพื่อเสริมสร้างให้ประชาชนในอาเซียนมีความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดี
        5) เพื่อให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในรูปแบบของการฝึกอบรมและการวิจัยและส่งเสริมการศึกษาด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
        6) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการเกษตรและอุตสาหกรรม การขยายการค้า ตลอดจนปรับปรุงการขนส่งและการคมนาคม
        7) เพื่อส่งเสริมความร่วมมืออาเซียนกับประเทศภายนอก องค์การความร่วมมือแห่งภูมิภาคอื่นๆ และองค์การระหว่างประเทศ

เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 3
รู้จักเพื่อนบ้านอาเซียน
คลิ๊กที่นี่เพื่อดูรายละเอียด

เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 4
อาเซียน +3 และ อาเซียน +6 คืออะไร ? 
อาเซียน +3 คือ กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ และ 3 ประเทศนอกอาเซียน ได้แก่
1) จีน
           2) ญี่ปุ่น
              3) เกาหลีใต้
อาเซียน +6 คือ กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ และ 6 ประเทศนอกอาเซียน ได้แก่
           1) จีน
           2) ญี่ปุ่น
           3) เกาหลีใต้
              4) ออสเตรเลีย
              5) นิวซีแลนด์
           6) อินเดีย


เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 5
7 วิชาชีพที่สามารถย้ายแรงงานฝีมืออย่างเสรีในประชาคมอาเซียน
1. แพทย์
           2. ทันตแพทย์
            3. นักบัญชี
           4. วิศวกร
5. พยาบาล
            6. สถาปนิก
            7. นักสำรวจ

เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 6
เพลงประจำอาเซียน
“The ASEAN Way
เป็นผลงานจากประเทศไทยที่ชนะเลิศจากการแข่งขันระดับภูมิภาคอาเซียน ประพันธ์โดยนายกิตติคุณ สดประเสริฐ (ทำนองและเรียบเรียง) ได้เริ่มใช้บรรเลงอย่างเป็นทางการครั้งแรกในพิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2552 ที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เนื้อร้อง
Raise our flag high, sky high
Embrace the pride in our heart
ASEAN we are bonded as one
Look-in out-ward to the world.
For peace, our goal from the very start
And prosperity to last.
WE dare to dream we care to share.
Together for ASEAN
We dare to dream,
We care to share for it's the way of ASEAN.
เนื้อร้อง ภาษาไทย
พลิ้วลู่ลม โบกสะบัด ใต้หมู่ธงปลิวไสว
สัญญาณแห่ง สัญญาทางใจ
วันที่เรามาพบกัน
อาเซียน เป็นหนึ่ง ดังที่เราปรารถนา
เราพร้อมเดินหน้าไปตรงนั้น
หล่อหลวมจิตใจ ให้เป็นหนึ่งเดียว
อาเซียนยึดเหนี่ยวสัมพันธ์
ให้สังคมนี้ มีแต่แบ่งปัน
เศรษฐกิจ มั่นคง ก้าวไกล
สามารถฟังเพลง The ASEAN Way ได้จาก
http://www.youtube.com/watch?v=TcpoRAA-kCg&feature=related

เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 7
อาหารยอดนิยมในอาเซียน (1)
“อัมบูยัต”(Ambuyat)
อาหารยอดนิยมของประเทศบรูไนดารุสซาลาม 
    มีลักษณะเด่นคือ เหนียวข้นคล้ายข้าวต้มหรือโจ๊ก ไม่มีรสชาติ มีแป้งสาคูเป็นส่วนผสมหลัก วิธีทานจะใช้แท่งไม้ไผ่ 2 ขาซึ่งเรียกว่า chandas ม้วนแป้งรอบๆ แล้วจุ่มในซอสผลไม้เปรี้ยวที่เรียกว่า cacah หรือซอสที่เรียกว่า cencalu ซึ่งทำจากกะปิ ทานคู่กับเครื่องเคียงอีก 2-3 ชนิด เช่น เนื้อห่อใบตองย่าง เนื้อทอด เป็นต้น การรับประทานอัมบูยัตให้ได้รสชาติ ต้องทานร้อนๆ และกลืน โดยไม่ต้องเคี้ยว

เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 8
อาหารยอดนิยมในอาเซียน (2)
“อาม็อก”(Amok)

อาหารยอดนิยมของประเทศกัมพูชา 
มีลักษณะคล้ายห่อหมกของไทย นิยมใช้เนื้อปลาปรุงด้วยน้ำพริก เครื่องแกงและกะทิ ทำให้สุกโดยการนำไปนึ่ง อาจใช้เนื้อไก่หรือหอยแทนได้ แต่ที่นิยมใช้เนื้อปลาเพราะหาได้ง่าย


เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 9
อาหารยอดนิยมในอาเซียน (3)
“กาโด กาโด”(Gado Gado)

อาหารยอดนิยมของอินโดนีเซีย 
 อาหารสำหรับผู้ที่รักสุขภาพ ประกอบไปด้วยผักและธัญพืช เช่น มันฝรั่ง กะหล่ำปลี ถั่วงอก ถั่วเขียว เสริมโปรตีนด้วยเต้าหู้และไข่ต้ม รับประทานคู่กับซอสถั่วที่คล้ายกับซอสสะเต๊ะ ซึ่งใกล้เคียงกับสลัดแขก ของประเทศไทย


เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 10
อาหารยอดนิยมในอาเซียน (4)
“ซุปไก่”(Chicken Soup)

อาหารยอดนิยมของลาว 
       แกงรสชาติหวานอร่อยกลมกล่อม ที่มีส่วนผสมสำคัญ ได้แก่ ตะไคร้ ใบสะระแหน่ กระเทียม หอมแดง รวมถึงรสชาติเปรี้ยว เผ็ด จากมะนาวและพริก รับประทานร้อนๆ กับข้าวเหนียว ได้คุณค่าทางโภชนาการอาหารและความอร่อยไปพร้อมๆ กัน


เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 11
มรดกโลกในอาเซียน (1)
"อ่าวฮาลอง" (Halong Bay)

      อ่าวฮาลอง (Vịnh Hạ Long) หรือ ฮาลอง เบย์ (Halong Bay) เป็นอ่าวแห่งหนึ่งในพื้นที่ของอ่าวตังเกี๋ยทางตอนเหนือของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ใกล้ชายแดนติดต่อกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ชื่อในภาษาเวียดนาม หมายถึง "อ่าวแห่งมังกรผู้ดำดิ่ง"
      อ่าวฮาลองมีเกาะหินปูนจำนวน 1,969 เกาะ โผล่พ้นขึ้นมาจากผิวทะเล บนยอดของแต่ละเกาะมีต้นไม้ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น หลายเกาะมีถ้ำขนาดใหญ่อยู่ภายใน เกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบริเวณอ่าว 2 เกาะ คือ เกาะกัดบา และเกาะ Tuan Chau ทั้งสองเกาะนี้มีคนตั้งถิ่นฐานอยู่อย่างถาวร มีโรงแรมและชายหาดจำนวนมากคอยให้บริการนักท่องเที่ยว บางเกาะเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมง และบางเกาะยังเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์หลายชนิด เช่น ไก่ป่า ละมั่ง ลิง และกิ้งก่าหลายชนิด เกาะเหล่านี้มักจะได้รับการตั้งชื่อจากรูปร่างลักษณะที่แปลกตา เช่น เกาะช้าง (Voi Islet) เกาะไก่ชน (Ga Choi Islet) เกาะหลังคา (Mai Nha Islet) เป็นต้น
      อ่าวฮาลองได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2537

เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 12
ภาษาน่ารู้อาเซียน
คลิ๊กที่นี่เพื่อดูรายละเอียด

เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 13
การศึกษาของประชาคมอาเซียน
คลิ๊กที่นี่เพื่อดูรายละเอียด

เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 14
ข้อมูลประเทศในอาเซียนที่ควรรู้ (1)
เนการาบรูไนดารุสซาลาม (NEGARA BRUNEI DARUSSALAM)

พื้นที่:  5,765 ตารางกิโลเมตร  ตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียว
เมืองหลวง :  บันดาร์ เสรี เบกาวัน
ประชากร:  395,027 คน
ภาษาราชการ :  มาเลย์ (Malay หรือ Bahasa Melayu)
ศาสนา:  อิสลาม (67%) พุทธ (13%) คริสต์ (10%) และฮินดู (10%)
ระบอบการปกครอง :  สมบูรณาญาสิทธิราชย์ โดยมีสมเด็จพระราชาธิบดีเป็นองค์ประมุขผู้นำรัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
วันชาติ  23 กุมภาพันธ์
หน่วยเงินตรา บรูไนดอลลาร์ ( 1 บรูไนดอลลาร์ ประมาณ 24.07 บาท)
ดอกไม้ประจำชาติ  :  ดอก Simpor (Dillenia Suffruticosa) เป็นดอกไม้ที่มีกลีบดอกขนาดใหญ่สีเหลือง เมื่อบานเต็มที่กลีบดอกจะบานคล้ายกับร่ม

ข้อมูลทางเศรษฐกิจ
    ); background-repeat: no-repeat no-repeat;">     สินค้านำเข้าสินค้า : เครื่องจักรอุตสาหกรรม รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าเกษตร อาที ข้าวและผลไม้); background-repeat: no-repeat no-repeat;">     สินค้าส่งออกสำคัญ : น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ); background-repeat: no-repeat no-repeat;">     ตลาดส่งออกที่สำคัญ : ญี่ปุ่น อาเซียน เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย); background-repeat: no-repeat no-repeat;">     ตลาดนำเข้าที่สำคัญ : อาเซียน สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น


เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 15
ข้อมูลประเทศในอาเซียนที่ควรรู้ (2)
ราชอาณาจักรกัมพูชา (KINGDOM OF CAMBODIA)

พื้นที่ : 181,035 ตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง : กรุงพนมเปญ
ประชากร : 14.45 ล้านคน
ภาษาราชการ : ภาษาเขมร
ศาสนา : พุทธเถรวาท (มหานิกาย 90% และธรรมยุตินิกาย 10%)
ระบอบการปกครอง : ระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ
ประมุข : พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี
วันชาติ : 9 พฤศจิกายน
หน่วยเงินตรา : เรียล  (1 เรียล ประมาณ 0.0083 บาท)
ดอกไม้ประจำชาติ  : ดอก Rumdul หรือดอกลำดวน เป็นดอกสีขาวเหลืองอยู่บนใบเดี่ยว มีกลิ่นหอมช่วงเวลาค่ำ

ข้อมูลทางเศรษฐกิจ
    ); background-repeat: no-repeat no-repeat;">    สินค้านำเข้าสำคัญ : ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม วัสดุก่อสร้าง เครื่องจักร ยานพาหนะ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องดื่ม ผ้าผืน และผลิตภัณฑ์ยาง); background-repeat: no-repeat no-repeat;">    สินค้าส่งออกสำคัญ :  เสื้อผ้า สิ่งทอ รองเท้า ปลา ไม้ ยางพารา บุหรี่ และข้าว); background-repeat: no-repeat no-repeat;">    ตลาดส่งออกที่สำคัญ:  สหรัฐอเมริกา เยอรมนี สหราชอาณาจักร แคนาดา และเวียดนาม); background-repeat: no-repeat no-repeat;">    ตลาดนำเข้าที่สำคัญ : จีน ฮ่องกง เวียดนาม ไทย และไต้หวัน 

เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 16
ข้อมูลประเทศในอาเซียนที่ควรรู้ (3)
สาธารณรัฐอินโดนีเซีย (REPUBLIC OF INDONESIA)

พื้นที่ : 5,070,606 ตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง: กรุงจาการ์ตา  
ประชากร : 245.5 ล้านคน
ภาษาราชการ : บาร์ฮาซา อินโดนีเซีย
ศาสนา : อิสลาม (88%) คริสต์ (8%) ฮินดู (2%) พุทธ (1%) อื่นๆ (1%)
ระบอบการปกครอง : ระบอบสาธารณรัฐแบบประชาธิปไตย มีประธานาธิบดีเป็นประมุข
ประมุข : ดร. ซูซีโล บัมบัง ยูโดโยโน
วันชาติ : 17 สิงหาคม
หน่วยเงินตรา: รูเปียห์  (10,000 รูเปียห์ ประมาณ 38 บาท)
ดอกไม้ประจำชาติ : ดอก Moon Orchid หรือกล้วยไม้ราตรี เป็นกล้วยไม้สายพันธ์ Phalaenopsis Amabilis

ข้อมูลทางเศรษฐกิจ 
    ); background-repeat: no-repeat no-repeat;">    สินค้านำเข้าสำคัญ: น้ำมัน เหล็ก ท่อเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก สิ่งทอ เคมีภัณฑ์ ); background-repeat: no-repeat no-repeat;">    สินค้าส่งออกที่สำคัญ: ก๊าซธรรมชาติ แร่ธาตุ ถ่านหิน ผลิตภัณฑ์จากไม้  ); background-repeat: no-repeat no-repeat;">    ตลาดนำเข้าที่สำคัญ: สิงคโปร์ ญี่ปุ่น จีน สหรัฐอเมริกา ); background-repeat: no-repeat no-repeat;">    ตลาดส่งออกสินค้าที่สำคัญ : EU ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา จีน สิงคโปร์ 

เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 17
ข้อมูลประเทศในอาเซียนที่ควรรู้ (4)
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
(THE LAO PEOPLE'S DEMOCRATIC REPUBLIC)

พื้นที่ : 236,880 ตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง : นครหลวงเวียงจันทร์  
ประชากร : ประมาณ 6 ล้านคน
ภาษาราชการ : ภาษาลาว
ศาสนา : พุทธ (75%) อื่นๆ (16-17%)
ระบอบการปกครอง : ระบอบสังคมนิยม
ประมุข: พลโท จูมมาลี ไซยะสอน  ประธานประเทศ สปป. ลาว
วันชาติ : 2 ธันวาคม
หน่วยเงินตรา : กีบ (1 บาท เท่ากับประมาณ 250 กีบ)                     
ดอกไม้ประจำชาติ : ดอก Champa หรือดอกลีลาวดี มีกลิ่นหอมและมีหลายสี เช่น สีแดง สีเหลือง สีชมพู และโทนสีอ่อนต่างๆ เป็นตัวแทนของความจริงใจและความสุขในชีวิต

ข้อมูลทางเศรษฐกิจ 
    ); background-repeat: no-repeat no-repeat;">สินค้านำเข้าสำคัญ : รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องอุปโภคบริโภค ); background-repeat: no-repeat no-repeat;">สินค้าส่งออกที่สำคัญ : ไม้ซุง ไม้แปรรูป ผลิตภัณฑ์ไม้ สินแร่ เศษโลหะ ถ่านหิน เสื้อผ้าสำเร็จรูป ); background-repeat: no-repeat no-repeat;">ตลาดนำเข้าที่สำคัญ : ไทย จีน เวียดนาม สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เยอรมนี ); background-repeat: no-repeat no-repeat;">ตลาดส่งออกสินค้าที่สำคัญ : ไทย เวียดนาม ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เยอรมนี สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ 

เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 18
ข้อมูลประเทศในอาเซียนที่ควรรู้ (5)
มาเลเซีย ( MALAYSIA)

พื้นที่: 329,758  ตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง: กรุงกัวลาลัมเปอร์  
ประชากร : 28.9 ล้านคน
ภาษาราชการ : มาเลย์
ศาสนา : อิสลาม (60%)  พุทธ (19%) คริสต์ (12%) อื่นๆ (9%)
ระบอบการปกครอง : สหพันธรัฐ โดยมีสมเด็จพระราชาธิบดีเป็นประมุข
ประมุข : สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านตวนกู อับดุล ฮาลิม มูอัซซอม ซาห์
วันชาติ : 31 สิงหาคม
หน่วยเงินตรา : ริงกิต (1 ริงกิตประมาณ 10.22 บาท)
ดอกไม้ประจำชาติ : ดอก Bunga raya หรือดอกพู่ระหง โดยทั้ง 5 กลีบดอกเป็นตัวแทน 5 หลักการแห่งความเป็นชาติของมาเลเซีย ซึ่งเป็นปรัชญาเพื่อเสริมสร้างความเป็นปึกแผ่นและความอดทนในชาติ

ข้อมูลทางเศรษฐกิจ 
    ); background-repeat: no-repeat no-repeat;">สินค้านำเข้าสำคัญ : ชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรอุตสาหกรรม สินค้าแปรรูป สินค้าอาหาร ); background-repeat: no-repeat no-repeat;">สินค้าส่งออกที่สำคัญ : อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติเหลว ปิโตรเลียม เฟอร์นิเจอร์ ยา น้ำมันปาล์ม ); background-repeat: no-repeat no-repeat;">ตลาดนำเข้าที่สำคัญ : ญี่ปุ่น จีน สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา ไต้หวัน ไทย); background-repeat: no-repeat no-repeat;">ตลาดส่งออกสินค้าที่สำคัญ : สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ญี่ปุ่น จีน ไทย ฮ่องกง




เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 19
ข้อมูลประเทศในอาเซียนที่ควรรู้ (6)
สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์
(REPUBLIC OF THE UNION OF THE MYANMAR)

พื้นที่: 657,740  ตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง : นครเนปิดอร์
ประชากร : 57.5 ล้านคน
ภาษาราชการ  พม่า
ศาสนา : พุทธ (90%) คริสต์ (5%) อิสลาม (3.8%) ฮินดู (0.05%)
ระบอบการปกครอง : ระบบประธานาธิบดี
ประมุข : พลเอก เต็ง เส่ง
วันชาติ : 4 มกราคม
หน่วยเงินตรา : จั๊ต (1 USD ประมาณ 1,200 จั๊ต)
ดอกไม้ประจำชาติ : ดอก Paduak หรือดอกประดู่ ผลิดอกสีเหลืองทอง และส่งกลิ่นหอมหลังฤดูฝนแรกของเดือนเมษายน

ข้อมูลทางเศรษฐกิจ
    ); background-repeat: no-repeat no-repeat;">สินค้านำเข้าสำคัญ : ชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรอุตสาหกรรม สินค้าแปรรูป สินค้าอาหาร); background-repeat: no-repeat no-repeat;">สินค้าส่งออกที่สำคัญ : ก๊าซธรรมชาติ สิ่งทอ ไม้ซุง); background-repeat: no-repeat no-repeat;">ตลาดนำเข้าที่สำคัญ : จีน สิงคโปร์ ไทย); background-repeat: no-repeat no-repeat;">ตลาดส่งออกสินค้าที่สำคัญ : ไทย อินเดีย จีน

เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 20



ข้อมูลประเทศในอาเซียนที่ควรรู้ (7)
สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ (REPUBLIC OF THE PHILIPPINES)

พื้นที่ : 298,170  ตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง : กรุงมะนิลา
ประชากร : 98 ล้านคน
ภาษาราชการ : ตากาล๊อก และภาษาอังกฤษ
ศาสนา : โรมันคาทอลิก (83%) โปรเตสแตนท์ (9%) อิสลาม (5%) อื่นๆ (3%)
ระบอบการปกครอง : สาธารณรัฐเดี่ยวระบบประธานาธิบดี
ประมุข : เบนิกโน อากีโน ที่ 3
หน่วยเงินตรา : เปโซ ( 100 เปโซ ประมาณ 49 บาท)
ดอกไม้ประจำชาติ : ดอก Sampaguita Jasmine มีกลีบดอกรูปดาวสีขาวที่บานตลอดปี แย้มดอกตอนกลางคืน และมีกลิ่นหอม

จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบรับราชการ   081-6174763
admin ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 

เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 21
ข้อมูลประเทศในอาเซียนที่ควรรู้ (8)
สาธารณรัฐสิงคโปร์ (REPUBLIC OF SINGAPORE)

พื้นที่694.4  ตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง : สิงคโปร์
ประชากร : 4.6 ล้านคน
ภาษาราชการ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีนกลาง ภาษามาเลย์ ภาษาทมิฬ
ศาสนา : พุทธ (42.5%) อิสลาม (14.9%) คริสต์ (14.6%) ฮินดู (4%) ไม่นับถือศาสนา (24%)
ระบอบการปกครอง : ระบบสาธารณรัฐแบบรัฐสภา มีประธานาธิบดีเป็นประมุข
ประมุข : นาย โทนี่ ตัน เค็ง ยัม
นายกรัฐมนตรี ลี เซียนลุง
หน่วยเงินตรา : ดอลลาร์สิงคโปร์ ( 1 ดอลลาร์สิงคโปร์ ประมาณ 24.39 บาท)
ดอกไม้ประจำชาติ ดอก Vanda Miss Joaquim เป็นดอกกล้วยไม้ซึ่งเป็นที่รู้จักมากที่สุดในประเทศสิงคโปร์ โดยตั้งชื่อตามผู้ผสมพันธุ์ มีสีม่วงและรูปลักษณ์ที่สวยงาม

ข้อมูลทางเศรษฐกิจ
    ); background-repeat: no-repeat no-repeat;">อุตสาหกรรมหลัก : การผลิต การก่อสร้าง การคมนาคมขนส่งและโทรคมนาคม การเงินและการธนาคาร การบริการอื่นๆ); background-repeat: no-repeat no-repeat;">สินค้าส่งออกที่สำคัญ : เครื่องจักรกล เครื่องใช้ไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ เสื้อผ้า); background-repeat: no-repeat no-repeat;">สินค้านำเข้าที่สำคัญ : เครื่องจักรกล ชิ้นส่วนอุปกรณ์ ไฟฟ้า น้ำมันดิบ เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์อาหาร); background-repeat: no-repeat no-repeat;">ตลาดนำเข้าที่สำคัญ : มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน และไทย 

เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 22
ข้อมูลประเทศในอาเซียนที่ควรรู้ (9)
ราชอาณาจักรไทย (KINGDOM OF THAILAND)

พื้นที่ 513,115.02 ตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง : กรุงเทพมหานคร
ประชากร : ประมาณ 64 ล้านคน
ภาษาราชการ ภาษาไทย
ศาสนา : พุทธ (94.6%) อิสลาม (4.6%) คริสต์ (0.7%) อื่นๆ (0.1%)
ระบอบการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
ประมุข : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
หน่วยเงินตรา บาท   
ดอกไม้ประจำชาติ ดอก Ratchaphruek หรือราชพฤกษ์ มีช่อดอกสีเหลืองที่สวยงาม ชาวไทยถือว่าสีเหลืองของดอกไม้ชนิดนี้ คือ สีของพระพุทธศาสนา และความรุ่งโรจน์

ข้อมูลทางเศรษฐกิจ
    ); background-repeat: no-repeat no-repeat;">สินค้าส่งออกที่สำคัญ : เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบแผงวงจรไฟฟ้า ยางพารา เม็ดพลาสติก อัญมณีและเครื่องประดับ น้ำมันสำเร็จรูป เหล็ก เหล็กกล้า ผลิตภัณฑ์เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์ ส่วนประกอบเคมีภัณฑ์ และข้าว); background-repeat: no-repeat no-repeat;">สินค้านำเข้าที่สำคัญ : น้ำมันดิบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ สินแร่โลหะอื่นๆ อัญมณี เงินแท่งและทองคำ); background-repeat: no-repeat no-repeat;">ตลาดนำเข้าที่สำคัญ : ญี่ปุ่น จีน สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์); background-repeat: no-repeat no-repeat;">ตลาดส่งออกที่สำคัญ : สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น จีน สิงคโปร์ ฮ่องกง 

เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 23
ข้อมูลประเทศในอาเซียนที่ควรรู้ (10)
สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (SOCIALIST REPUBLIC OF VIETNAM)

พื้นที่ : 331,690 ตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง กรุงฮานอย 
ประชากร : ประมาณ 89.57 ล้านคน
ภาษาราชการ : ภาษาเวียดนาม
ศาสนา : พุทธ (มหายาน)                           
ระบอบการปกครอง : ระบอบสังคมนิยม
ประธานาธิบดี : เจือง เติ๋น ซาง
หน่วยเงินตรา : ด่อง ( 1,000 ด่อง ประมาณ 1.10 บาท)
วันชาติ : 2 กันยายน
ดอกไม้ประจำชาติ ดอก Lotus หรือ ดอกบัว สำหรับชาวเวียดนามแล้ว ดอกบัวคือสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ ความผูกพัน และการมองโลกในแง่ดี เป็น 1 ใน 4 พันธ์ไม้ที่มีความสง่างามของชาวเวียดนาม ซึ่งประกอบด้วย ต้นสน ต้นไผ่ ต้นเบญจมาศ และดอกบัว

ข้อมูลทางเศรษฐกิจ
    ); background-repeat: no-repeat no-repeat;">สินค้าส่งออกที่สำคัญ : น้ำมันดิบ เสื้อผ้าและสิ่งทอ อาหารทะเล ยางพารา ข้าว กาแฟ รองเท้า); background-repeat: no-repeat no-repeat;">สินค้านำเข้าที่สำคัญ : วัตถุดิบ วัสดุสิ่งทอ เครื่องหนัง เครื่องจักร ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม); background-repeat: no-repeat no-repeat;">ตลาดนำเข้าที่สำคัญ : สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ จีน); background-repeat: no-repeat no-repeat;">ตลาดส่งออกที่สำคัญ : ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา จีน สหภาพยุโรป




เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 24
"ภาษาบอกรัก" ในอาเซียน
     เนื่องในวันแห่งความรัก (14 ก.พ.) หรือวันวาเลนไทน์ เกร็ดความรู้อาเซียน ขอเสนอ “ภาษาบอกรัก” ของประเทศต่างๆ ในอาเซียน และยังสามารถใช้บอกกับทุกคนที่คุณรักได้อีกด้วย  
 ภาษาไทย                 - ฉันรักเธอ
♥ ภาษาลาว                 - ข้อยฮักเจ้า
♥ ภาษาพม่า                - จิต พา เด (chit pa de)
♥ ภาษาเวียดนาม          - ตอย ยิ่ว เอ๋ม (Toi yue em)
♥ ภาษาเขมร               - บอง สรัน โอง (Bon sro Ianh oon)
ภาษามาเลย์              - ซายา จินตามู (Saya cintamu)
ภาษาอินโดนีเซีย        ซายา จินตา ปาดามู (Saya cinta padamu)
ภาษาตากาล็อก          - มาฮัล กะ ตา (Mahal ka ta)
ภาษาจีนกลาง           - หว่อ อ้าย หนี่ (Wo ai ni)
 ภาษาญี่ปุ่น               - ไอ ชิเตรุ (Ai shiteru)
 ภาษาเกาหลี             - ซารัง แฮโย (Sarang Heyo)

แหล่งข้อมูล : [url]www.dek-d.com[/url]



เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 25
มรดกโลกในอาเซียน (2)
อุทยานแห่งชาติกูนุงมูลู (Gunung Mulu National Park)
 
      อุทยานแห่งชาติกุนุงมูลู (Gunung Mulu National Park) เป็นอุทยานที่ตั้งอยู่ในบนเกาะบอร์เนียว รัฐซาราวัก ประเทศมาเลเซีย ติดกับชายแดนของประเทศบรูไน เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายในด้านชีววิทยาและธรณีวิทยาเป็นอย่างมาก มีพันธุ์พืชกว่า 3,500 ชนิด และมีพันธุ์ปาล์มกว่า 109 ชนิด ในด้านธรณีวิทยาเป็นภูมิประเทศแบบ Karst หรือภูมิประเทศแบบหินปูน มีพื้นที่สูงๆ ต่ำๆ หน้าผาสูงชัน ยอดแหลม มักพบรอยแตกกว้างซึ่งกลายเป็นถ้ำในแนวดิ่งหรือแนวเฉียง ส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นโพรงยาว ปากถ้ำแคบ ภายในถ้ำกว้าง ผนังและเพดานถูกปกคลุมด้วยหินงอกหินย้อย และเกิดถ้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ในอุทยานแห่งนี้ คือ“ถ้ำซาราวัค แซมเบอร์ (Sarawak chamber) ซึ่งมีความยาว 700 เมตร กว้าง 396 เมตรและสูง 80 เมตร คำนวณพื้นที่แล้วสามารถบรรจุเครื่องบิน Boeing 747 จำนวนหลายลำได้เลยทีเดียว
      อุทยานแห่งชาติกุนุงมูลู ได้รับการลงทะเบียนมรดกโลก ในปี พ.ศ. 2543


แหล่งข้อมูลและรูปภาพ : [url]www.wikipedia.org[/url] , [url]www.mulucaves.org[/url]
กลับขึ้นด้านบน


เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 26
มรดกโลกในอาเซียน (3)
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรและห้วยขาแข้ง
(Thungyai-Huai Kha Khaeng Wildlife Sanctuaries)

     เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง เป็นสถานที่ธรรมชาติแห่งแรกของประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียออกเฉียงใต้ที่ได้เป็นมรดกโลกในปี พ.ศ.2534 ประกอบด้วยผืนป่าอนุรักษ์ 3 แห่ง ได้แก่  เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าด้านตะวันออก และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 6,222 ตารางกิโลเมตร หรือ 3,888,875 ไร่  อยู่ภายในเขตจังหวัดอุทัยธานี จังหวัดตาก จังหวัดกาญจนบุรี เป็นป่าอนุรักษ์ที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดของประเทศไทย ซึ่งผู้มีส่วนสำคัญในการอนุรักษ์เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรและห้วยขาแข้งแห่งนี้ คือ คุณสืบ นาคะเสถียร
    มีอาณาเขตทอดยาวอยู่บนแนวเทือกเขาถนนธงชัยเชื่อมต่อกับตอนเหนือของเทือกเขาตะนาวศรี พื้นที่ส่วนใหญ่จึงเป็นภูเขาสลับซับซ้อนและเป็นต้นธารของแม่น้ำแควใหญ่และแควน้อย เป็นแหล่งรวมความหลากหลายทางชีวภูมิศาสตร์ ถึง ๔ เขต รวมทั้งเป็นที่อยู่อาศัยของพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ที่อุดมสมบูรณ์ (77% ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ 50% ของนก และ 33% ของสัตว์มีกระดูกสันหลัง ของภูมิภาคเอเชียอาคเนย์) โดยที่ราบฝั่งตะวันออกในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เป็นบริเวณที่โดดเด่นที่สุด เป็นตัวแทนระบบนิเวศป่าเขตร้อนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีความอุดมสมบูรณ์และปลอดภัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลและรูปภาพ
[url]www.thaiwhic.go.th[/url]    ศูนย์ข้อมูลมรดกโลก
[url]www.seub.or.th[/url]   มูลนิธิสืบนาคะเสถียร


จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบรับราชการ   081-6174763
admin ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 


เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 27
มรดกโลกในอาเซียน (4)
นาขั้นบันไดแห่งเทือกเขาฟิลิปปินส์
(Rice Terraces of the Philipine Cordilleras)

      นาขั้นบันไดแห่งเทือกเขาฟิลิปปินส์ตั้งอยู่ที่เกาะลูซอนตอนเหนือของสาธารณรัฐฟิลิปปินส์  โดยชาวพื้นเมืองอิฟูเกา (Ifugao) ที่สร้างนาขั้นบันไดแห่งนี้มากว่า 2,000 ปีแล้ว ด้วยเครื่องมือที่เรียบง่ายและแรงงานคน ซึ่งลูกหลานชาวนาสืบเชื้อสายมาจากชาว Ifugao ในปัจจุบันก็ยังคงยึดอาชีพทำนาเช่นเดียวกับบรรพบุรุษของพวกเขา โดยความรู้นี้ได้ถูกส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น และ การแสดงออกของประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ และความสมดุลของสังคมที่ละเอียดอ่อน ได้ช่วยกันสร้างสรรค์ความงามของภูมิทัศน์ ซึ่งแสดงถึงความกลมกลืนระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม
จุดเด่นของที่นี่ คือเป็นสุดยอดทั้งในเรื่อง "ความสูง" เนื่องจากอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง1,500 เมตร และ "ความเอียงของพื้นที่" จุดที่ลาดชันมากที่สุดเอียงถึง 70 องศา และครอบคลุมพื้นที่กว่า 10,000 ตารางกิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีระบบการทำเขื่อนกั้นน้ำและการระบายน้ำที่ซับซ้อน โดยใช้เพียงท่อที่ทำจากไม้ไผ่เป็นตัวกั้นน้ำให้ผืนนาขั้นบันไดทั้งหมดมีน้ำท่วมขังเพียงพอสำหรับการทำนาข้าวอันน่าทึ่งนี้ได้ตลอดมา
     นาขั้นบันไดแห่งเทือกเขาฟิลิปปินส์ ได้รับการลงทะเบียนมรดกโลก ในปี พ.ศ. 2538

แหล่งข้อมูลและรูปภาพ
[url]www.thaiwhic.go.th[/url]  ศูนย์ข้อมูลมรดกโลก
http://travel.thaiza.com/

เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 28
หน่วยเงินตราของประเทศในภูมิภาคอาเซียน
คลิ๊กที่นี่เพื่อดูรายละเอียด

เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 29
มรดกโลกในอาเซียน (5)
กลุ่มวัดบรมพุทโธ (Borobuder Temple Compounds)

     มหาสถูปบุโรพุทโธ หรือ บรมพุทโธ (ภาษาอินโดนีเซีย: Chandi Borobudur) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศอินโดนีเซีย ตั้งอยู่ในภาคกลางของเกาะชวา โดยบุโรพุทโธเป็นศาสนสถานของศาสนาพุทธนิกายมหายาน ถ้าไม่นับนครวัดของกัมพูชาซึ่งเป็นทั้งศาสนสถานของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูและศาสนาพุทธ บุโรพุทโธจะเป็นศาสนสถานของศาสนาพุทธที่ใหญ่ที่สุดในโลก
     บุโรพุทโธถูกสร้างขึ้นโดยกษัตริย์แห่งราชวงศ์ไศเลนทร เป็นสถูปแบบมหายาน สันนิษฐานว่าสร้างในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 7-9 หรือ พุทธศักราช 1393 ตั้งอยู่ทางภาคกลางของเกาะชวา บนที่ราบเกฑุ  ทางฝั่งขวาใกล้กับแม่น้ำโปรโก ห่างจากยอกยาการ์ตา ทางตะวันตกเฉียงเหนือ40 กิโลเมตร บุโรพุทโธสร้างด้วยหินภูเขาไฟประมาณ 2 ล้านตารางฟุตบนฐานสี่เหลี่ยม กว้างด้านละ 121 เมตร สูง 403 ฟุต เป็นรูปทรงแบบปิรามิด มีลานเป็นชั้นลดหลั่นกัน 8 ชั้น และใน 8 ชั้นนั้น 5 ชั้นล่างเป็นลาน 4 เหลี่ยม 3 ชั้น บนเป็นลานวงกลม และบนลานกลมชั้งสูงสุดมีพระสถูปตั้งสูงขึ้นไปอีก 31.5 เมตร เป็นมหาสถูปที่ระเบียงซ้อนกันเป็นชั้นๆลดหลั่นกันไป
บุโรพุทโธ ได้รับการลงทะเบียนมรดกโลก ในปี พ.ศ. 2534

แหล่งข้อมูลและรูปภาพ
http://www.thaiwhic.go.th  ศูนย์ข้อมูลมรดกโลก
http://th.wikipedia.org
http://www.fotocoffees.com


 เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 30
การจัดการภัยพิบัติกับอาเซียน

          ภาวะอุทกภัย พายุมรสุม พายุไต้ฝุ่น แผ่นดินไหว และภูเขาไฟระเบิด เป็นภัยพิบัติที่เกิดขึ้นเป็นประจำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่อประเทศที่ประสบภัยพิบัติ จึงได้เกิดการลงนามในปฏิญญาอาเซียนและจัดตั้ง “คณะกรรมการจัดการพิบัติภัยอาเซียน (ASEAN Committee on Disaster Management - ACDM)” เมื่อต้นปี พ.ศ. 2546 ประกอบด้วยตัวแทนจากรัฐสมาชิกอาเซียนในระดับหัวหน้าหน่วยงานหรือองค์กรของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการจัดการพิบัติภัยต่างๆ ทั้งที่เกิดโดยธรรมชาติและที่เกิดโดยมนุษย์ มีหน้าที่รับผิดชอบประสานจัดการงานทุกอย่างที่เกี่ยวข้องในอาเซียนในเรื่องการช่วยเหลือและฟื้นฟูเหตุวินาศภัยต่างๆที่เกิดขึ้นในภูมิภาค 
          ซึ่งในปี พ.ศ. 2555 ประเทศไทยได้รับมอบตำแหน่งประธาน ACDM โดยมีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก
แหล่งข้อมูล
http://www.naewna.com/local/4302
http://region4.prd.go.th/
กลับขึ้นด้านบน

เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 31
อาหารยอดนิยมในอาเซียน (6)
"หล่าเพ็ด" (Lahpet)

อาหารยอดนิยมของพม่า
       หล่าเพ็ด คือ ใบชาหมักทานกับเครื่องเคียง เช่น กระเทียมเจียว ถั่วชนิดต่างๆ งาคั่ว กุ้งแห้ง ขิง มะพร้าวคั่ว เป็นต้น จัดว่าเป็นอาหารว่างคล้ายกับยำเมี่ยงคำของไทย หล่าเพ็ดถือว่าเป็นอาหารที่ขาดไม่ได้ในโอกาสพิเศษหรือเทศกาลสำคัญๆ รวมทั้งงานเลี้ยงหรืองานเฉลิมฉลอง

แหล่งข้อมูล : จดหมายข่าว สมาคมอาเซียน
กลับขึ้นด้านบน


เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 32
สะพานมิตรภาพไทย-ลาว : ประตูการค้าอาเซียน

         สะพานมิตรภาพไทย-ลาว สะพานข้ามแม่น้ำโขงขนาดใหญ่แห่งแรก เป็นสะพานที่สร้างความสัมพันธ์ไทย-ลาว ให้กระชับแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ซึ่งในปัจจุบันมีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แล้ว 3 แห่ง คือ
        สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 1 (หนองคาย-เวียงจันทน์) เป็นสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งแรก เชื่อมต่อเทศบาลหนองคายเข้ากับบ้านท่านาแล้ง นครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว เปิดใช้เมื่อปี 2537 
        สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) เชื่อมต่อจังหวัดมุกดาหารกับแขวงสะหวันนะเขต ประเทศลาว เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางเศรษฐกิจตะวันตกและตะวันออก เริ่มจากพม่า ไทย ลาว และสิ้นสุดที่เวียดนาม เปิดใช้เมื่อปี 2550
        สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 3 (นครพนม-คำม่วน) เชื่อมต่อจังหวัดนครพนมกับแขวงคำม่วน ประเทศลาว เป็นสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างไทย ลาว เวียดนามและภาคใต้ของจีน เปิดใช้เมื่อปี 2554

แหล่งข้อมูล : http://th.wikipedia.org    รูปภาพจาก [url]www.google.com[/url]


เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 33
ภาษาอังกฤษกับอาเซียน

          กฎบัตรอาเซียนข้อ 34 บัญญัติว่า “The working language of ASEAN shall be English” “ภาษาที่ใช้ในการทำงานของอาเซียน คือ ภาษาอังกฤษ” ดังนั้นภาษาอังกฤษจึงเป็นเครื่องมืออันดับหนึ่งสำหรับพลเมืองอาเซียน ในการสื่อสารสร้างความสัมพันธ์สู่ภูมิภาคอาเซียนภาษาอังกฤษจึงเป็นภาษาที่สองของชาวอาเซียน เคียงคู่ภาษาที่หนึ่งอันเป็นภาษาประจำชาติของแต่ละคน
          ในปี พ.ศ. 2558 แรงงานมีฝีมือหรือมีทักษะและนักวิชาชีพทั้งหลายจะสามารถเดินทางข้ามประเทศในภูมิภาคอาเซียนไปหางานทำได้สะดวกมากขึ้นและจะทำได้โดยเสรี หมายความว่า คนจากประเทศอื่นในอาเซียนก็จะสามารถมา สมัครงาน หางานทำ หรือแย่งงานเราไปทำได้ เพราะมีคุณสมบัติตามมาตรฐานวิชาชีพอาเซียน ในเรื่องนี้เองที่ภาษาอังกฤษจะเป็นมาตรฐานกลางที่สำคัญอันจะนำไปสู่การเรียน การฝึกฝนอบรมในทักษะวิชาชีพต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป ดังนั้นคนไทยทุกคนจึงจำจะต้องเรียนรู้และใช้ภาษาอังกฤษให้ได้และให้ดีไม่แพ้ชาวชาติอื่นๆในอาเซียน หากทำได้อย่างน้อยก็จะเป็นการปกป้องโอกาสในการทำงานในประเทศไทยของเรามิให้เพื่อนอาเซียนมาแย่งงานของเราไปได้ แต่หากเราไม่เก่งทั้งทักษะภาษาและทักษะวิชาชีพเราก็จะหางานทำในประเทศของเราเองสู้คนชาติอื่นไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เราจะเข้าไปแข่งขันหางานทำในสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฯลฯ การมีทักษะวิชาชีพเสมอกันในคุณภาพแต่กลับความอ่อนด้อยในเรื่องภาษาอังกฤษก็เป็นจุดอ่อนที่จะทำให้โอกาสการหางานทำในอาเซียนลดลง แม้จะหางานทำในประเทศไทยเองก็ตามก็จะยากมากขึ้น
          ถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะต้องพัฒนาตนเองในการเรียนรู้ให้สามารถใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการดำเนินชีวิตที่สมบูรณ์ในประชาคมอาเซียน ณ วันนี้เป็นต้นไป
จากบทความ "การใช้ภาษาอังกฤษ กับอนาคตของไทยในอาเซียน"  โดย ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล  24 กรกฎาคม 2554


เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 34
มรดกโลกในอาเซียน (6)
นครประวัติศาสตร์วีกัน (Historic Town of Vigan)

          เมืองวีกันเป็นเมืองริมทะเลด้านตะวันตกของเกาะลูซอน สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ห่างจากซานเฟร์นันโด รวม 140 กม. วีกันเป็นเมืองที่สเปนเคยมาตั้งค่ายไว้ มีบ้านเรือนเก่าแก่ทรงสเปน ที่ยังสภาพสมบูรณ์อยู่มากในเขตเมืองเก่า มีโบสถ์เก่าแก่ และมีตำบลใกล้ๆริมทะเล และยังมีที่พักดั้งเดิมบนตึกเก่าแก่น่าพักอีกมากมายรอบๆ เขตเมืองเก่า ถนนและตึกแบบสเปน วีกันสร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 16 (พุทธศตวรรษที่ 21) เป็นตัวอย่างของการวางผังเมืองที่ดียุคอาณานิคมสเปนในเอเชีย สถาปัตยกรรมสะท้อนให้เห็นการนำองค์ประกอบทางวัฒนธรรมจากที่อื่นมารวมไว้ที่ฟิลิปปินส์ เช่น จากจีนและจากยุโรปเป็นผลให้เกิดวัฒนธรรมและภูมิทัศน์ของเมืองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ ถนนในเมืองนี้จึงอนุญาตเฉพาะรถม้าเท่านั้น
             เมืองวีกันได้รับการลงทะเบียนมรดกโลก ในปี พ.ศ. 2542

แหล่งข้อมูล : http://th.wikipedia.org   รูปภาพจาก : http://www.google.com

เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 35
วันไข้เลือดออกอาเซียน (DUNGUE DAY)

            ไข้เลือดออก เป็นโรคประจำถิ่นที่อยู่กับสังคมไทย และมีแนวโน้มระบาดเพิ่มขึ้น โดยมียุงลายที่มีเชื้อไวรัสเดงกี เป็นพาหนะนำโรค ยุงลายมักออกหากินตอนกลางวัน อาศัยและวางไข่ทั่วไปในที่ๆ มีน้ำขัง ไม่เพียงแต่ประเทศไทยเท่านั้นที่มีการระบาดของโรคไข้เลือดออก ประเทศในแถบร้อนชื้นหลายประเทศของเอเชียก็มีปัญหาในการควบคุมโรคนี้เช่นกัน เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศที่เหมาะสมต่อการเกิดยุงลาย และช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่เกิดโรคมากที่สุด ดังนั้นในปี 2554 กลุ่มประเทศอาเซียนกำหนดให้วันที่ 15 มิถุนายน ของทุกปีเป็น ASEAN Dengue Day (วันไข้เลือดออกอาเซียน) และในปีนี้ประเทศที่มีรายงานผู้ป่วยมากที่สุดคือฟิลิปปินส์ 28,163 ราย รองลงมาไทย 14,045 รายดังนั้นกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ และกรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมส่งเสริมการเฝ้าระวังป้องกันโรคจัดการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมในจังหวัด อำเภอ ตำบล โรงเรียนโรงพยาบาลและชุมชนให้สะอาด ปราศจากแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย ภายใต้ Theme : Big Cleaning Day “เก็บให้เกลี้ยง ไม่เลี้ยงยุงลาย” พร้อมเผยแพร่ข่าวสารเพื่อกระตุ้นให้ทุกครัวเรือนหันมาดูแลเอาใจใส่บ้านเรือน จัดการสิ่งแวดล้อมไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย
สำหรับสัญลักษณ์ของวันไข้เลือดออกอาเซียน เป็นตราสัญลักษณ์ที่กลุ่มประเทศในอาเซียนคัดเลือกมาจากประเทศต่างๆ ที่ส่งเข้ามาประกวด ซึ่งตราสัญลักษณ์ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นของ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ (ประเทศไทยได้ที่ 2) เป็นรูปเกลียวของเส้นไหม ที่สื่อถึง “ประชาชนจับมือร่วมกัน ร่วมมือกัน ไล่ยุงลายให้ออกไปจากประคมอาเซียน”
ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก :
[url]www.dpc12.org/dpc_12/data/pr_news/DEN.pdf[/url]  กลุ่มปฏิบัติการควบคุมโรคในพื้นที่เฉพาะ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จ.สงขลา

เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 36
สรุปการประชุมรัฐมนตรีวัฒธรรมอาเซียน

          ในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนที่กำกับดูแลงานด้านวัฒนธรรมและศิลปะ(ASEAN Ministers Responsible for Culture and the Arts - AMCA) ครั้งที่ 5 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 24-25 พ.ค. 2555 มีการประชุมรัฐมนตรีวัฒนธรรมอาเซียนแล้ว พร้อมรัฐมนตรีวัฒนธรรมประเทศคู่เจรจา +3 (AMCA+3) (จีน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี) และการประชุมรัฐมนตรีวัฒนธรรมอาเซียนและจีน (AMCA+China)
          โดย นางสุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เป็นผู้แทนจากประเทศไทยเข้าร่วมประชุม กล่าวว่าในที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนได้เห็นชอบกับการส่งเสริมความร่วมมืออาเซียนในด้านวัฒนธรรมและศิลปะ โดยเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การปกป้องและส่งเสริมมรดกวัฒนธรรมอาเซียน ส่งเสริมการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมด้านวัฒนธรรม รวมทั้งอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ อีกทั้งมีเยาวชนเข้าร่วมประชุมเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องเน้นการมีส่วนร่วมของเยาวชนในงานวัฒนธรรมโดยผ่านช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อสังคมสมัยใหม่ ได้แก่ เฟซบุ๊ก, ทวิตเตอร์ รวมทั้งงานอาสาสมัครทางวัฒนธรรม, วิสาหกิจทางวัฒนธรรม การแลกเปลี่ยนระดับประชาชน และกิจกรรมเชื่อมโยงอื่นๆ
          ในส่วนของประเทศไทย ได้กล่าวสนับสนุนบทบาทของวัฒนธรรมในการสร้างอาเซียนให้เป็นสังคมแห่งความเอื้ออาทรและการแบ่งปัน นอกจากอาเซียนได้เน้นเยาวชนเป็นเป้าหมายหลักแล้ว ควรให้ความสำคัญกับบทบาทของผู้สูงอายุในการถ่ายทอดและส่งผ่านคุณค่าทางวัฒนธรรมสู่คนรุ่นเยาว์ด้วย ทั้งนี้ ครอบครัวเป็นหน่วยเล็กๆ ในสังคมที่จะเป็นพลังสำคัญในการผลักดันความสำเร็จของการพัฒนาทางสังคมและเศรษฐกิจ ดังนั้นการสร้างความเข้มแข็งและส่งเสริมคุณค่าของครอบครัวจะช่วยสนับสนุนการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางวัฒนธรรมเช่นกัน
ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก บทสรุปเวทีวัฒนธรรมอาเซียน ลิงค์เยาวชนด้วยโลกออนไลน์: โดย ผกามาศ  ใจฉลาด  และ นสพ. คม ชัด ลึก


เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 37
เหตุไฟป่าที่อินโดนีเซีย-ผลกระทบต่อไทย

          เหตุไฟไหม้ป่าที่อินโดนีเซียมักเกิดขึ้นในช่วงมิถุนายน-สิงหาคมของทุกปี และล่าสุดได้เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 15 มิ.ย. 2555 ส่งผลกระทบต่อประเทศใกล้เคียง โดยเฉพาะหมอกควันจากไฟป่าที่ได้รับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พัดผ่านจากเกาะสุมาตราผ่านทะเลอันดามันเข้าสู่ภาคใต้ ทำให้ประเทศใกล้เคียงคือ สิงคโปร์ มาเลเซีย และจังหวัดทางภาคใต้ของไทยได้รับผลกระทบหมอกควัน  ปกคลุมพื้นที่ ทำให้ท้องฟ้ามืดสลัวเนื่องจากหมอกควันบดบังแสงอาทิตย์ ส่งผลต่อทัศนะวิสัยในการเดินทางทั้งทางบกและทางเรือฒ โดยเฉพาะตอนกลางคืนและช่วงเช้า อีกทั้งยังเป็นอันตรายต่อประชาชนในพื้นที่จากฝุ่นละอองในหมอกควัน ทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจและปอดอักเสบ อาจทำให้เกิดมะเร็งได้หากได้รับสารพิษมาเป็นเวลานาน อาการผิดปกติมักจะมีอาการแสบตา ตาแดง น้ำมูกไหล เจ็บคอ คออักเสบ ไอ หายใจ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน เพื่อเป็นการป้องกันเบื้องต้นควรใช้หน้ากากอนามัย หรือผ้าชุบน้ำพอหมาดๆ ปิดจมูกและปากในกรณีที่อยู่ในพื้นที่หมอกควัน ปิดประตู หน้าต่าง เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นควันเข้าบ้าน หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีหมอกควันปกคลุม โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง คือ เด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยภูมิแพ้ หอบหืด งดการรองน้ำฝนไว้อุปโภคและบริโภค และควรปล่อยให้ตกอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนรองน้ำไว้ใช้
          ในการป้องกันที่ดีที่สุด กลุ่มประเทศในอาเซียนโดยเฉพาะอินโดนีเซียต้องมีมาตรการควบคุม และป้องกันไฟไหม้ป่าที่เกิดขึ้นทุกปี พร้อมสร้างความตระหนักถึงผลกระทบโดยรวมที่เกิดขึ้นในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งสาเหตุ ส่วนใหญ่มักเกิดจากฝีมือของมนุษย์เอง
ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก : เทศบาลตำบลท่าสุด จ.เชียงราย : การดูแลสุขภาพจากไฟป่าhttp://www.tasud.net/information5.php

เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 38
 งานมหกรรมอาเซียนสัญจร 4 ภูมิภาค และกรุงเทพมหานคร


         กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) โดย NJ Magazine ได้จัดงานมหกรรมอาเซียนสัญจร 4 ภูมิภาคและกรุงเทพมหานคร ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2555 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมเยาวชน ครู บุคลากรทางการศึกษาและผู้บริหารของกระทรวงศึกษาธิการในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ปี 2558 อย่างมีประสิทธิภาพ
        ในระหว่างการจัดงานอาเซียนสัญจร 4 ภูมิภาค และกรุงเทพมหานคร มีการแข่งขันตอบปัญหาอาเซียน และการแข่งขันเวทีสร้างสรรค์สู่ประชาคมอาเซียน เพื่อคัดเลือกกลุ่มเยาวชนที่มีความพร้อมเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมอาเซียน ซึ่งได้เริ่มการแข่งขันเมื่อวันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม 2555 ที่ผ่านมา และแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศในวันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม 2555 โดยทีมที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นทีมชนะเลิศ และทีมรองชนะเลิศอันดับ 1-3 รวม 4 ทีมจะได้เดินทางไปศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการศึกษาและศิลปวัฒนธรรมที่ประเทศสมาชิกอาเซียน เป็นเวลา 4 วันและ 3 วันตามลำดับ

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก : http://www.247friend.net/2012/asean2012/index.html
งานมหกรรมอาเซียนสัญจร 4 ภูมิภาค และกรุงเทพมหานคร

เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 39
กฎบัตรอาเซียน (The ASEAN Charter)
          คือ ธรรมนูญของอาเซียน จัดทำขึ้นเพื่อรับรองการเป็นประชาคมอาเซียนภายในปี 2558 (ค.ศ.2015) ประกอบด้วยบทบัญญัติ 13 บท 55 ข้อ โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ในคราวการประชุมสุดยอดอาเซียน  ครั้งที่ 14 วันที่ 15 ธ.ค. 2551
วัตถุประสงค์
          - เพื่อให้มีความน่าเชื่อถือ มีรูปแบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพ
          - มีวัตถุประสงค์ในการทำงานที่ชัดเจนขึ้น
          - ทำให้อาเซียนมีสถานะนิติบุคคลแยกออกจากรัฐสมาชิก
          - เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กร ให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงในโลกปัจจุบัน
ข้อกำหนดสำคัญในกฎบัตรอาเซียน
          - มีฐานะเป็นนิติบุคคล
          - อยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ เช่น การไม่แทรกแซงกิจการภายใน การระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธี
          - สร้างประชาคมอาเซียน ประกอบด้วย 3 เสาหลัก คือ
                    1) ประชาคมการเมืองและความมั่นคง (ASEAN Political-Security Community)
                    2) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community)
                    3) ประชาคมสังคมและวัฒนธรรม (ASEAN Socio-Culture Community)
          - ประชุมระดับสุดยอดปีละ 2 ครั้ง และจัดตั้งคณะมนตรีเพื่อประสานความร่วมมือในแต่ละ 3 เสาหลัก
          - มีองค์การสิทธิมนุยธรรมอาเซียน
          - ใช้คำขวัญ "วิสัยทัศน์เดียว อัตลักษณ์เดียว ประชาคมเดียว" "One Vision, One Identity, One Community"
          - ให้ความสำคัญกับบทบาทของประธานและเลขาธิการอาเซียน
          - มีการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตของประเทศสมาชิกหรือรัฐที่มิใช่สมาชิกเป็นผู้แทนประจำอาเซียน
          - มีสำนักเลขาธิการอาเซียนแห่งชาติในทุกประเทศสมาชิก
          - การจัดตั้งกลไกสำหรับการระงับข้อพิพาทต่างๆ

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ([url]www.nesdb.go.th[/url])


เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 40
สาระสำคัญประชาคมอาเซียนและพันธกรณี
คลิ๊กดูรายละเอียดที่นี่
กลับขึ้นด้านบน

เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 41
ประเทศไทยกับอาเซียน
           เนื่องด้วยวันที่ 8 สิงหาคม 2555 เป็นวันครบรอบการจัดตั้งสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน 45 ปี โดยเมื่อเริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2510 สภาพแวดล้อมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความตึงเครียด อันเป็นผลมาจากสงครามเย็น ซึ่งมีความขัดแย้งด้านอุดมการณ์ ระหว่างประชาธิปไตยกับคอมมิวนิสต์ ในขณะเดียวกัน ความขัดแย้งด้านดินแดนระหว่างประเทศในภูมิภาค ทำให้หลายประเทศเริ่มตระหนักถึงความจำเป็นในการร่วมมือกันระหว่างประเทศในภูมิภาค โดยรัฐมนตรีต่างประเทศ 5 ประเทศ คือ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ มาหารือร่วมกันที่แหลมแท่น จ.ชลบุรี อันนำมาสู่การลงนามในปฏิญญากรุงเทพ เพื่อก่อตั้งอาเซียน ที่วังสราญรมย์ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510 ไทยจึงถือเป็นทั้งประเทศผู้ร่วมก่อตั้งและเป็น ‘บ้านเกิด’ ของอาเซียน
          ตลอดระยะเวลา 45 ปีที่ผ่านมา ไทยได้ประโยชน์หลายประการจากอาเซียน ทั้งในแง่การเสริมสร้างความมั่นคงซึ่งช่วยเอื้ออำนวยต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ โดยในปัจจุบันอาเซียนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย คิดเป็นร้อยละ 19.2 ของมูลค่าการค้าทั้งหมดของไทย ในจำนวนนี้ เป็นการส่งออกจากไทยไปอาเซียนร้อยละ 20.7ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด โดยไทยเป็นฝ่ายได้ดุลมาตลอด ประกอบกับการขยายความร่วมมือเพื่อเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น เส้นทางคมนาคม ระบบไฟฟ้า โครงข่ายอินเตอร์เน็ต ฯลฯ ยังช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุนให้กับไทย โดยขยายตลาดให้กับสินค้าไทยสู่ประชาชนอาเซียนเกือบ 600 ล้านคน และเป็นแหล่งเงินทุนและเป้าหมายการลงทุนของไทย ซึ่งไทยจะได้เปรียบประเทศสมาชิกอื่นเพราะมีที่ตั้งอยู่ใจกลางอาเซียน สามารถเป็นศูนย์กลางทางการคมนาคมและขนส่งในภูมิภาค
          ในอนาคต คนไทยจะได้รับประโยชน์จากการรวมตัวเป็นประชาคมของอาเซียนมากน้อยเพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับการเตรียมความพร้อมของเรา ดังนั้นการสร้างความตื่นตัวและให้ความรู้กับประชาชนจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้ตระหนักถึงโอกาสและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันซึ่งจะช่วยให้คนไทยได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันก็ต้องป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบในทางลบแก่ภาคส่วนต่าง ๆ


ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก : กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ (http://www.mfa.go.th/asean/th/ )

เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 42
จุดแข็ง จุดอ่อน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ประเทศในอาเซียน
คลิ๊กดูรายละเอียดที่นี่

เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 43
ประเทศไทยพร้อมเข้าสู่ AEC แล้วหรือยัง
เมื่อวิเคราะห์โดยใช้จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาสและอุปสรรค ได้ดังนี้
จุดแข็ง (Strengths)
- ไทยเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรม ด้านยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้สามารถต่อยอดด้านการลงทุนหรือวิจัยได้
- สถาบันการเงินของไทยมีความมั่นคง นักลงทุนสามารถระดมทุนจากสถาบันการเงินของไทยได้อย่างมั่นใจ และรัฐบาลมีแนวโน้มในการเปิดเสรีภาคการเงินอีกด้วย
- ไทยตั้งอยู่ตรงกลางของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทำให้ได้เปรียบในเรื่องศูนย์กลางต่างๆ เช่น การคมนาคมทางบก, ทางอากาศ, การค้า, การลงทุน หรือแม้กระทั่งศูนย์แสดงสินค้า
- ไทยมีจุดเด่นเรื่องการท่องเที่ยวที่ดี ราคาไม่แพง และคนไทยเป็นมิตร ทำให้ส่งเสริมกันกับเรื่องของศูนย์กลางการคมนาคม ทางบกและทางอากาศ
- ไทยมีความสามารถด้านการแพทย์ที่ดีและราคาถือว่าไม่แพง เมื่อเทียบกับ AEC ประเทศอื่น เช่น สิงคโปร์
จุดอ่อน (Weaknesses)
- ไทยมีปัญหาเรื่องเสถียรภาพทางการเมืองที่ไม่มีความแน่นอน มีปัญหาด้านความคิดทางการเมืองภายในประเทศ และยังมีปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยชายแดนใต้
- ไทยยังมีปัญหาเรื่องการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่รุนแรงและไม่จริงจัง โดยเฉพาะเรื่อง เพลง ภาพยนตร์ และ Software ต่างๆ
- ปัญหาการจราจรในเมืองหลวง (กรุงเทพฯ) ที่ติดขัดและตามจังหวัดใหญ่ๆ เช่น เชียงใหม่
- ประชาชนชาวไทยยังด้อยความสามารถด้านภาษาอังกฤษที่เป็นภาษากลางในการสื่อสารเมื่อASEAN เริ่มดำเนินการ
โอกาส (Opportunities)
- ไทยมีนโยบายการสนับสนุนการลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะการลงทุนที่นำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยี การสร้างนวัตกรรม  การพัฒนาทักษะบุคลากร
- ไทยเปิดเสรีทางการค้าอย่างเปิดกว้างไม่มีการปิดกั้น
- การลงทุนที่ได้รับการสนับสนุนจาก BOI ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องการถือหุ้นของต่างชาติ ไม่กำหนดสัดส่วนการใช้วัตถุดิบในประเทศ และไม่จำกัดปริมาณการส่งออก และยังมีสิทธิพิเศษอื่นๆ ที่ปรับสอดคล้องกับ WTO
อุปสรรค (Threats)
- BOI สนับสนุนอุตสาหกรรมหลักของไทยหลายสาขา คือ การเกษตร พลังงานทางเลือก ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ICT แฟชั่น บันเทิง สุขภาพ การท่องเที่ยว
- ภาคบริการบางสาขาของไทย เช่น การแพทย์มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย และได้มาตรฐานในราคาไม่แพง สามารถต่อยอดได้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก บทความโดย กิตติยา พัชนี หนังสือ Nakhon Si Thammarat Science Centre  และ[url]www.thai-aec.com[/url]


เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 44
ชุดประจำชาติของประเทศสมาชิกอาเซียน
ชุดประจำชาติของประเทศบรูไน ดารุสซาลาม
                                            
          ชุดของผู้ชาย เรียกว่า Baju Melayu แต่งกายด้วยเสื้อแขนยาว ตัวเสื้อยาวถึงเข่า นุ่งกางเกงขายาวแล้วนุ่งโสร่ง ผู้ชายมุสลิมแต่งกายเป็นทางการทั้งในสถานที่ราชการและที่สาธารณะ ส่วนชุดของผู้หญิงเรียกว่า Baju Kurung คล้ายกับชุดประจำชาติของประเทศมาเลเซีย ผู้หญิงบรูไนจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่มีสีสันสดใสโดยมากมักจะเป็นเสื้อผ้าที่คลุมร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ผู้หญิงมุสลิมจะสวมผ้าคลุมศีรษะในที่สาธารณะและในสถานที่ราชการ

ชุดประจำชาติของประเทศกัมพูชา

          ซัมปอต (Sampot) เป็นเครื่องแต่งกายประจำชาติของประเทศกัมพูชา สำหรับผู้หญิงซึ่งมีความคล้ายคลึงกับผ้านุ่งของประเทศลาวและไทย มีหลากหลายรูปแบบ ส่วนผู้ชายนั้นมักสวมใส่เสื้อที่ทำจากผ้าไหมหรือผ้าฝ้ายทั้งแขนสั้นและแขน ยาว พร้อมทั้งสวมกางเกงขายาว

ชุดประจำชาติของประเทศอินโดนีเซีย

          เคบาย่า (Kebaya) เป็นชุดประจำชาติของประเทศอินโดนีเซีย สำหรับผู้หญิง มีลักษณะเป็นเสื้อแขนยาว ผ่าหน้า กลัดกระดุม ตัวเสื้อจะมีสีสันสดใส ปักฉลุเป็นลายลูกไม้ ส่วนผ้าถุงที่ใช้จะเป็นผ้าถุงแบบบาติก สำหรับการแต่งกายของผู้ชายมักจะสวมใส่เสื้อแบบบาติกและนุ่งกางเกงขายาว และนุ่งโสร่งเมื่ออยู่บ้านหรือประกอบพิธีละหมาดที่มัสยิด

ชุดประจำชาติของประเทศลาว

          ผู้หญิงลาวนุ่งผ้าซิ่นที่ทอเป็นลวดลาย และใส่เสื้อคอกลมแขนยาวหรือแขนทรงกระบอก สำหรับผู้ชายมักแต่งกายแบบสากล ถ้าเป็นข้าราชการหรือผู้มีฐานะดีนิยมนุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อชั้นนอกกระดุมเจ็ดเม็ดคล้ายเสื้อพระราชทานของไทย

ชุดประจำชาติของประเทศมาเลเซีย

          ชุดของผู้ชาย เรียกว่า Baju Melayu (บาจู มลายู) ประกอบด้วยเสื้อแขนยาว และกางเกงขายาวที่ทำจากผ้าไหม ผ้าฝ้าย หรือโพลีเอสเตอร์ที่มีส่วนผสมของผ้าฝ้าย ชุดของผู้หญิงเรียกว่าBaju Kurung (บาจูกุรุง) ประกอบด้วยเสื้อคลุมแขนยาวและกระโปรงยาว

ชุดประจำชาติของประเทศเมียนมาร์

          ลองยี (Longyi) คือชุดแต่งกายประจำชาติของประเทศพม่า หรือเมียนมาร์ โดยมีการออกแบบในรูปทรงกระบอก มีความยาวจากเอวจรดปลายเท้า การสวมใส่ใช้วิธีการขมวดผ้าเข้าด้วยกันโดยไม่มัดหรือพับขึ้นมาถึงหัวเข่าเพื่อความสะดวกในการสวมใส่

ชุดประจำชาติของประเทศสิงคโปร์

          สิงคโปร์ไม่มีชุดประจำชาติเป็นของตนเอง เนื่องจากประเทศสิงคโปร์แบ่งออกเป็น 4 เชื้อชาติหลัก ๆ ได้แก่ จีน มาเลย์ อินเดีย และชาวยุโรป ซึ่งแต่ละเชื้อชาติก็มีชุดประจำชาติเป็นของตนเอง เช่น ผู้หญิงมลายูในสิงคโปร์ จะใส่ชุดเกบาย่า (Kebaya) ตัวเสื้อจะมีสีสันสดใส ปักฉลุเป็นลายลูกไม้ หากเป็นชาวจีน ก็จะสวมเสื้อแขนยาว คอจีน เสื้อผ้าหน้าซ่อนกระดุม สวมกางเกงขายาว โดยเสื้อจะใช้ผ้าสีเรียบหรือผ้าแพรจีนก็ได้

ชุดประจำชาติของประเทศฟิลิปปินส์


          ผู้ชายจะนุ่งกางเกงขายาวและสวมเสื้อที่เรียกว่า บารอง ตากาล็อก (barong Tagalog) ซึ่งตัดเย็บด้วยผ้าใยสัปปะรด มีบ่า คอตั้ง แขนยาว ที่ปลายแขนเสื้อที่ข้อมือจะปักลวดลาย ส่วนผู้หญิงนุ่งกระโปรงยาว ใส่เสื้อสีครีมแขนสั้นจับจีบยกตั้งขึ้นเหนือไหล่คล้ายปีกผีเสื้อ เรียกว่า บาลินตาวัก (balintawak)

ชุดประจำชาติของประเทศไทย


          สำหรับชุดประจำชาติอย่างเป็นทางการของไทย รู้จักกันในนามว่า "ชุดไทยพระราชนิยม" สำหรับผู้ชาย จะเรียกว่า "เสื้อพระราชทาน" สำหรับผู้หญิง จะเป็น “ชุดไทยจักรี” ที่ประกอบด้วยสไบเฉียง ใช้ผ้ายกมีเชิงหรือยกทั้งตัว ซิ่นมีจีบยกข้างหน้า มีชายพกใช้เข็มขัดไทยคาด ส่วนท่อนบนเป็นสไบ จะเย็บให้ติดกับซิ่นเป็นท่อนเดียวกันหรือ จะมีผ้าสไบห่มต่างหากก็ได้ เปิดบ่าข้างหนึ่ง ชายสไบคลุมไหล่ ทิ้งชายด้านหลังยาวตามที่เห็นสมควร ความสวยงามอยู่ที่เนื้อผ้าการเย็บและรูปทรงของผู้ที่สวม ใช้เครื่องประดับได้งดงามสมโอกาสในเวลาค่ำคืน

ชุดประจำชาติของประเทศเวียดนาม


          อ่าวหญ่าย (Ao dai) เป็นชุดประจำชาติของประเทศเวียดนามที่ประกอบไปด้วย ชุดผ้าไหมที่พอดีตัวสวมทับกางเกงขายาวซึ่งเป็นชุดที่มักสวมใส่ในงานแต่งงานและพิธีการสำคัญของประเทศ มีลักษณะคล้ายชุดกี่เพ้าของจีน ในปัจจุบันเป็นชุดที่ได้รับความนิยมจากผู้หญิงเวียดนาม ส่วนผู้ชายเวียดนามจะสวมใส่ชุดอ่าวหญ่ายในพิธีแต่งงานหรือพิธีศพ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก [url]www.aseantalk.com[/url]
รูปภาพจาก [url]www.google.com[/url] และ [url]www.finaleweddingstudio.com[/url]



เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 45
ท่าเรือน้ำลึกทวาย
ประตูเศรษฐกิจแห่งใหม่ของโลกตะวันตกและตะวันออก

โครงการท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย และเส้นทางคมนาคมเชื่อมระหว่างประเทศไทยกับสหภาพพม่า เป็นอภิมหาโปรเจกต์ความร่วมมือระหว่างไทยกับพม่า ซึ่งคาดการณ์กันว่า หากโครงการนี้แล้วเสร็จ จะเป็นประตูเศรษฐกิจ (Gate Way) แห่งใหม่ของโลกตะวันตกและตะวันออก
          โครงการนี้ ถือเป็นศูนย์กลางระบบโลจิสติกส์และการค้าขนาดใหญ่ของภูมิภาค เชื่อมโยงการขนส่งและการค้าระหว่างประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศในแถบทะเลจีนใต้ ผ่านทะเลอันดามัน ไปสู่มหาสมุทรอินเดียซึ่งเป็นเส้นทางที่สามารถส่งสินค้าทั้งไปและกลับทางน้ำ ผ่านไปสู่กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง, ทวีปยุโรป และทวีปแอฟริกา ซึ่งจะช่วยประหยัดต้นทุนและระยะเวลาในการขนส่งได้อย่างมีนัยสำคัญ ช่วยพัฒนาการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจในภูมิภาคให้เจริญเติบโตในระยะยาวต่อไป
          พื้นที่โครงการตั้งอยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของสหภาพพม่า ห่างจากเมืองทวาย ประมาณ 30 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ถึง 400,000 ไร่ หรือ 250 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย ท่าเรือน้ำลึก 2 ท่า ส่วนที่เป็นนิคมอุตสาหกรรม ส่วนที่พักอาศัย ส่วนราชการ และส่วนอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมทั้งมีพื้นที่ริมทะเลเป็นแนวหาดทรายมีความยาวมากกว่า 12 กิโลเมตร
          ผลประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับจากโครงการนี้ คือ ด้านศักยภาพทางเศรษฐกิจ กล่าวได้ว่าท่าเรือน้ำลึกทวายจะเป็น New Land Bridge ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจะเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการกระจายสินค้าในระดับโลก สามารถเชื่อมโยงตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และเอเชียใต้ มาทางมหาสมุทรอินเดียและทะเลอันดามัน ซึ่งแต่เดิมสินค้าที่ส่งไปยุโรป แอฟริกา หรือตะวันออกกลางจะต้องผ่านทางช่องแคบมะละกา ใช้ระยะเวลานาน 16-18 วัน หากท่าเรือน้ำลึกทวายแล้วเสร็จจะช่วยร่นระยะเวลาการขนส่งในปัจจุบัน หากขนส่งจากทะเลจีนใต้มายังทะเลอันดามัน หรือจากเวียดนามมายังพม่าจะใช้เวลาเพียง 6 วัน ทำให้ช่วยลดระยะทางการขนถ่ายสินค้า และลดค่าใช้จ่ายในการกระจายสินค้าได้มากขึ้น

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก :  http://www.thairath.co.th/content/eco/164199


เกร็ดความรู้อาเซียน เรื่องที่ 46



ข้อมูลส่วนหนึ่งจากการประชุมเชิงปฏิบัติการ การเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ปี 2558 ครั้งที่ 2
โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)
จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบรับราชการ   081-6174763
รายละเอียดไฟล์แนบ
กล่องตอบกลับด่วน

กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
กด "Ctrl+Enter" เพื่อตั้งกระทู้ได้