เวอร์ชันเต็ม: [-- อัพเดตข่าวสอบตำรวจ --]

เอกสารคู่มืออ่านสอบ รับราชการ ก.พ. อบต. ครูผู้ช่วย ตำรวจนายร้อย -> เอกสารอ่านสอบตำรวจ 2557 -> อัพเดตข่าวสอบตำรวจ [สั่งพิมพ์] เข้าสู่ระบบ -> ลงทะเบียน -> ตอบกลับ -> ตั้งกระทู้

amorn3498 2011-12-01 19:40

อัพเดตข่าวสอบตำรวจ

ข่าวคืบหน้าล่าสุด...ประทวน ม.6 จะกลับมา วัฒนธรรม นพต.(นสต.) จะกลับมา...
รอบต่อไป 10,000 กว่าอัตรา...อบรม 6 - 8 เดือน เฉลี่ยทุกภาค ทุก ศฝร.
นายร้อย 7,000/2 รับสมัคร ต้นปี 2555...วันที่เท่าไหร่ ไม่ต้องถาม รู้แต่ว่า สอบวันอาทิตย์ที่ 4 มี.ค.2555.....
ขอให้มีความสุขทุก ๆ ท่านครับ


amorn3498 2011-12-10 20:00
พยานพิสดาร

- ความผิดอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน ๓ ปี พงส.มีอำนาจให้แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญตรวจเลือด ฯลฯ ผู้ต้องหา ผู้เสียหายหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ โดยบุคคลดังกล่าวต้องให้ความยินยอม
- คดีที่จำเลยไม่ให้การหรือให้การปฏิเสธ เมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องขอหรือศาลเห็นสมควร ศาลอาจกำหนดให้มีวันตรวจพยานหลักฐานก่อนวันนัดสืบพยานก็ได้ กรณีโจทก์ไม่มาศาลในวันตรวจพยาน หลักฐาน ให้ศาลยกฟ้อง
- การยื่นบัญชีระบุพยาน
๑.๑ กรณีมีวันตรวจพยานหลักฐาน ให้โจทก์และจำเลยยื่นบัญชีก่อนวันตรวจไม่น้อยกว่า ๗ วัน ส่วนการยื่นบัญชีเพิ่มเติม ต้องยื่นก่อนการตรวจพยานหลักฐานเสร็จสิ้น
๑.๒ กรณีไม่มีวันตรวจพยาน ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องและชั้นพิจารณา ให้โจทก์ยื่นบัญชีไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน ก่อนวันไต่สวนหรือวันสืบพยาน ส่วนจำเลยให้ยื่นบัญชีก่อนวันสืบพยานจำเลย ในชั้นไต่สวนคำร้องขอคืนของกลางหรือขอให้ศาลริบทรัพย์ ให้คู่ความยื่นบัญชีต่อศาลไม่น้อยกว่า ๗ วัน ก่อนวันไต่สวน
- กรณีขอยื่นบัญชีเพิ่มเติม ยื่นได้ไม่ว่าเวลาใดๆ ก่อนเสร็จสิ้นการสืบพยานของฝ่ายนั้น
- กรณีที่ไม่ได้ยื่นบัญชีไว้เลย ต้องแสดงให้เป็นที่พอใจแก่ศาลได้ว่ามีเหตุอันสมควรที่ไม่สามารถยื่นบัญชีตามกำหนด หากศาลอนุญาต สามารถยื่นบัญชีได้ก่อนเสร็จสิ้นการพิจารณา
- ผลของการไม่ยื่นบัญชี ห้ามมิให้ศาลอนุญาตให้สืบและรับฟังพยาน แต่ถ้าศาลเห็นสมควร ให้ศาลมีอำนาจอนุญาตให้สืบได้
- คดีที่ผู้เสียหายเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับอัยการ โจทก์ร่วมก็มีสิทธิ์ยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมได้
- พยานที่เกิดจากการขู่เข็ญ จูงใจ ให้คำมั่นสัญญา หลอกลวง ผลคือ รับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้
- ธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อไม่ได้ลง ปจว.ก็อ้างเป็นพยานหลักฐานได้ คดีที่ไม่ได้ทำแผนที่เกิดเหตุ ไม่ทำให้พยานอื่นเสียไป
- คำรับของจำเลยที่เจ้าพนักงานไม่ได้เตือนให้จำเลยทราบก่อนว่าถ้อยคำของจำเลยอาจใช้เป็นพยานหลักฐานยันจำเลยในการพิจารณาได้นั้น ใช้ยันจำเลยไม่ได้
- พงส.แจ้งแก่จำเลยว่าผู้ตายยังไม่ตาย ซึ่งผิดไปจากความจริง จำเลยจึงยอมรับว่าเป็นผู้ขับรถคันที่ไปชนรถที่ผู้ตายขับ ไม่ถือว่าเป็นการล่อลวง เพื่อจูงใจจำเลย
- พยานที่ไม่ได้สาบานตัวหรือปฏิญาณตน รับฟังไม่ได้
- คดีปลอมเอกสาร แม้ไม่มีตัวเอกสารปลอมมาเป็นพยาน ศาลฟังพยานบุคคลลงโทษจำเลยได้
- กรณีผู้เสียหายแถลงว่าเต็มใจไปกับจำเลย แต่โจทก์ขอสืบพยานต่อไป ศาลต้องอนุญาตให้สืบ จะฟังผู้เสียหายแล้วยกฟ้องไม่ได้
- บุคคลภายนอกที่ไม่ได้อยู่ในฐานะพยาน ศาลเรียกมาสอบถาม จะรับฟังไม่ได้
- พยานที่ไม่ได้ให้การในชั้นสอบสวน สามารถนำมาสืบพยานให้ศาลรับฟังได้ (การสอบพยานในชั้นสอบสวนไม่จำต้องทำต่อหน้าจำเลย) พยานเอกสารก็เช่นเดียวกัน แม้ไม่อยู่ในสำนวนการสอบสวน ศาลก็รับฟังได้
- ในชั้นไต่สวน โจทก์อ้างคำเบิกความของพยานในคดีแพ่ง โดยไม่นำตัวมาเบิกความในคดีอาญาเพื่อรับฟังว่าคดีมีมูลหรือไม่ ไม่ได้
- คดีอาญาสามารถนำพยานบุคคลมาสืบหักล้างพยานเอกสารได้
- ข้อเท็จจริงตามรายงานการสืบเสาะของ จพง.คุมประพฤติ ให้ศาลรับฟังเพื่อกำหนดโทษของจำเลยแต่ไม่ให้รับฟังเพื่อใช้ยกฟ้อง
- ห้ามรับฟังคำรับสารภาพในชั้นจับกุม หรือชั้นรับมอบตัว แต่ชั้นสอบสวนรับฟังได้ ทั้งนี้ต้องแจ้งสิทธิก่อนถ้าไม่แจ้งรับฟังไม่ได้
- ถ้อยคำอื่นรับฟังได้ เมื่อได้แจ้งสิทธิก่อน
- หากไม่ได้แจ้งสิทธิตาม ม.๑๓๔/๑,๒,๓,๔ แล้ว ไม่ให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานลงโทษจำเลยแต่การสอบสวนยังชอบอยู่ โจทก์มีอำนาจฟ้อง
- พยานหลักฐานที่เกิดขึ้นโดยชอบ แต่ได้มาจากการกระทำโดยมิชอบ หรือเป็นพยานที่ได้มาโดยอาศัยข้อมูลที่เกิดขึ้นหรือได้มาโดยมิชอบ ห้ามมิให้ศาลรับฟัง เว้นแต่เป็นประโยชน์ต่อการอำนวยความยุติธรรม
- การค้นโดยมิชอบ ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานหลักฐาน แต่การสอบสวนยังชอบอยู่
- พยานบอกเล่า ห้ามมิให้ศาลรับฟังเว้นแต่เป็นประโยชน์ต่อการอำนวยความยุติธรรม
- คำให้การในชั้นสอบสวนที่ผู้ให้การไม่ได้มาขึ้นศาล เป็นเพียงพยานบอกเล่า ห้ามมิให้ศาลรับฟังเว้นแต่เป็นประโยชน์ต่อการอำนวยความยุติธรรม
- คำซัดทอดของผู้ต้องหา เป็นเพียงพยานบอกเล่า ห้ามมิให้ศาลรับฟังเว้นแต่เป็นประโยชน์ต่อการอำนวยความยุติธรรม
- คำให้การของผู้ถูกทำร้ายก่อนตาย เป็นพยานบอกเล่า แต่รับฟังได้
- คำเบิกความในชั้นไต่สวนมูลฟ้องหรือในคดีอื่น นำมาใช้กับอีกคดีได้
- กรณีจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนแต่ปฏิเสธในชั้นศาล ต้องสืบพยาน แต่หากจำเลยรับสารภาพในชั้นศาล หากเป็นคดีความผิดที่มีโทษขั้นต่ำจำคุกตั้งแต่ ๕ ปีขึ้นไป ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยผิดจริง
- แม้จะเป็นคดีที่มีโทษจำคุกอย่างต่ำไม่ถึง ๕ ปี ศาลก็มีอำนาจสั่งให้โจทก์สืบพยานหลักฐานต่อไปได้
- แม้จะเสร็จจากการสืบพยานและนัดฟังคำพิพากษาแล้ว ศาลก็มีอำนาจสืบพยานเพิ่มเติมได้
- คำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ ให้ยื่นอุทธรณ์พร้อมกับการอุทธรณ์หลังคดีเสร็จสิ้น
- ห้ามโจทก์อ้างจำเลยในคดีเดียวกันเป็นพยาน จำเลยร่วมที่ถูกแยกฟ้องเป็นคดีใหม่ย่อมไม่ต้องห้าม(จำเลยอ้างตัวเองเป็นพยานได้)
- แม้ในชั้นสอบสวนไม่ได้สอบ นาย ก. เป็นพยานไว้ แต่ พงส.ได้สอบพยานหลักฐานต่างๆ ในคดีมาแล้ว จึงถือว่ามีการสอบสวนโดยชอบ และพยานโจทก์ที่เบิกความในศาลก็ไม่จำเป็นต้องเป็นพยานในชั้นสอบสวน ดังนั้น จึงรับฟังคำเบิกความของ นาย ก. ได้
- คำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลย นำมาประกอบการวินิจฉัยของศาลได้ ไม่ถือว่าเป็นการอ้างจำเลยเป็นพยาน
- ศาลจะรับฟังเฉพาะคำเบิกความของจำเลยมาลงโทษจำเลยไม่ได้
- ความผิดที่มีอัตราโทษอย่างต่ำจำคุกตั้งแต่ ๕ ปี ลงมา ถ้าคู่ความตกลงกันว่าให้ถือเอาคำเบิกความในชั้นไต่สวนมูลฟ้องมาเป็นคำเบิกความในชั้นพิจารณา หากศาลอนุญาตก็สามารถทำได้
- ให้ยื่นพยานเอกสารต่อศาลก่อนวันไต่สวนมูลฟ้องหรือวันสืบพยานไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน
- ศาลไปตรวจที่เกิดเหตุ หลังจากสืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จแล้วก็ได้, สำเนาภาพถ่ายธนบัตร เป็นพยานวัตถุ, สำเนาภาพถ่ายโพยสลากกินรวบ เป็นพยานวัตถุ, เงินที่ใช้ล่อซื้อเป็นพยานวัตถุ
- พยานผู้เชี่ยวชาญ อาจทำความเห็นเป็นหนังสือก็ได้ แต่ต้องส่งสำเนาหนังสือดังกล่าวให้ศาลและคู่ความอีกฝ่ายทราบไม่น้อยกว่า ๗ วัน ก่อนเบิกความและต้องมาเบิกความประกอบหนังสือนั้น เว้นแต่มีเหตุจำเป็นหรือคู่ความไม่ติดใจซักถาม
- การสั่งให้ผู้เชี่ยวชาญ ทำความเห็นเป็นหนังสือหรือไม่ เป็นดุลพินิจศาล
- พยานบอกเล่าในขณะกระชั้นชิดกับเวลาเกิดเหตุมีน้ำหนักรับฟังได้
- คำบอกกล่าวของผู้ถูกทำร้ายก่อนตายรับฟังได้
- การเดินเผชิญสืบเป็นอำนาจของศาลเท่านั้น การเดินเผชิญสืบพยานหลักฐานและการส่งประเด็นไปสืบพยาน ต้องกระทำโดยเปิดเผยต่อหน้าจำเลย เป็นดุลพินิจของศาลในการเดินเผชิญสืบหรือส่งประเด็น
- ข้อยกเว้นที่ไม่ต้องสืบพยานต่อหน้าจำเลยได้แก่
๑. ในคดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่เกิน ๑๐ ปี เมื่อจำเลยมีทนายหรือจำเลยได้รับอนุญาตจากศาลที่จะไม่มาฟังการพิจารณาและสืบพยาน
๒. ในคดีที่มีจำเลยหลายคน ถ้าศาลพอใจตามคำแถลงของโจทก์ว่าการพิจารณาและการสืบพยานตามที่โจทก์ขอให้กระทำไม่เกี่ยวแก่จำเลยคนใด ศาลจะพิจารณาและสืบพยานลับหลังจำเลยคนนั้นก็ได้
๓. ในคดีที่มีจำเลยหลายคน ถ้าศาลเห็นสมควรจะพิจารณาและสืบพยานจำเลยคนหนึ่งๆ ลับหลังจำเลยคนอื่นก็ได้
- กรณีที่คู่ความตกลงกัน ศาลอาจอนุญาตให้ถือเอาบันทึกคำเบิกความในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง เป็นคำเบิกความในชั้นพิจารณา โดยพยานไม่ต้องมาเบิกความใหม่ เว้นแต่ในข้อหาความผิดที่กฎหมายกำหนดโทษอย่างต่ำจำคุกตั้งแต่ ๕ ปีขึ้นไปหรือโทษที่หนักกว่านั้น
- เมื่อคู่ความประสงค์จะอ้างเอกสารที่อยู่ในครอบครองเป็นพยานหลักฐาน ให้ยื่นเอกสารนั้นต่อศาลก่อนวันไต่สวนมูลฟ้องหรือวันสืบพยานไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน


เวอร์ชันเต็ม: [-- อัพเดตข่าวสอบตำรวจ --] [-- top --]


Powered by PHPWind v7.5 SP3 Code ©2003-2010 PHPWind
Time 0.143811 second(s),query:3 Gzip enabled

You can contact us